Yo-i Sung View my profile

Past…Present…and Future

 


Pairing: 8059

Rate : PG

Genre:  Romance Drama

Warning : yaoi ใครรับไม่ได้กด x ที่ริมจอไปเลยค่ะ^^


.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

อิตาลี่...

 

"เจอตัวมั้ย??!" บอสแห่งวองโก่ถามลูกน้องอย่างร้อนรน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลสั่นระริกเมื่อคนถูกามส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

"ไม่พบเลยครับ ดูเหมือนท่านยามาโมโตะจะจงใจทิ้งโทรศัพท์เอาไว้ไม่ให้ตามตัวได้ด้วยครับ"

 

"โธ่เอ๊ย!" ซาวาดะ สึนะโยชิร้องออกมาอย่างหัวเสีย ร่างเล็กๆวิ่งไปยังห้องที่ได้ชื่อเป็น'ห้องพักของผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ' ที่ขณะนี้มีคนวิ่งเข้าออกอยู่ไม่ขาด

 

"แฮ่ก แฮ่ก" ร่างเล็กหอบแฮ่กทันทีที่หยุดวิ่ง สภาพของห้องที่อยู่เบื้องหน้าทำเอาเขาใจสั่นระรัวด้วยความหวาดหวั่น

 

...กลัว...กลัวเหลือเกินว่าจะต้องเสียเพื่อนคนสำคัญของเขาไปอีกคน

 

เบื้องหน้าของเขาคือเตียงนอนสีขาวสะอาดที่ถูกพับเก็บเรียบร้อยตามความเคยชินของเจ้าตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้ห้องนี้ไม่เหมือนห้องนอนธรรมดาทั่วไปก็คือ...สายต่างๆที่ โยงระยางจนไม่รู้อันไหนเป็นอันไหนกับเครื่องวัดชีพจรที่ขณะนี้ดังปี๊บยาวๆจนแสบแก้วหู

 

'นายไปไหนกันแน่...ยามาโมโตะ!'

 

"รุ่นที่สิบครับ!!" เสียงของลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเรียกให้นภาหันหลังกลับไป “พบกระดาษแผ่นนี้เสียบอยู่ใต้ประตูห้องทำงานท่านครับ!”

 

ด้วยความร้อนรนบวกกับความเป็นห่วงเพื่อน สึนะจึงคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาจากมือชายหนุ่มโดยลืมคำขอบคุณไปเสียสนิท ดวงตากลมโตคลี่กระดาษใบน้อยออกมาก่อนกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว

 

“ยามาโมโตะ...”

 

ริมฝีปากเล็กครางชื่อเพื่อนรักของตนออกมาเบาๆ พร้อมกับร่างของนภาที่ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ทำให้เหล่าลูกน้องพากันกรูเข้ามาหมายจะพยุงเจ้านายของตน แต่ว่า...

 

“มาสุมหัวกันทำไมน่ะ...”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็พบร่างโปร่งของผู้พิทักษ์เมฆายืนจังก้าอยู่หน้าประตูและสายตาคมราวกับเหยี่ยวจ้องมองมาที่เขา

 

“ค...คุณฮิบาริ”

 

“คึหึหึ...ดูท่าทางจะเป็นเรื่องยุ่งนะครับ วองโกเล่”

 

ร่างเล็กสะดุ้งอีกครั้งเมื่อน้ำเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างๆหู พร้อมกับร่างของผู้พิทักษ์สายหมอกที่ค่อยๆปรากฏขึ้นข้างกายเขา

 

“มุคุโร่...” สึนะร้องเรียกชื่อคนที่ไม่น่าจะยืนอยู่ตรงนี้อย่างเหม่อลอย เวลาเดียวกันนั้นเอง แรมโบ้และเรียวเฮก็วิ่งมาถึงพร้อมกันพอดี

 

“ซาวาดะ!! ยามาโมโตะหายไปเรอะ!!”

 

ไม่มีคำตอบออกมาจากคนถูกถาม นัยน์ตาสีน้ำตาลยังคงเหม่อลอย สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังคนเป็นบอสที่ตอนนี้นั่งนิ่งเข่ากับพื้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาตอบคำถาม จนกระทั่งฮิบาริพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนถือวิสาสะเดินเข้าไปคว้ากระดาษในมือเล็กมาอ่านเอาเอง

 

“ยอมรับความจริงซะเถอะ...เจ้าสัตว์กินพืช” พูดจบเจ้าตัวก็โยนกระดาษใบน้อยนั่นปลิวไปหาผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกพร้อมหันหลังเดินออกไปทันที นัยน์ตาสองสีหรี่ลงอ่านข้อความในกระดาษก่อนส่งต่อให้แรมโบ้และเรียวเฮ และเมื่อทั้งสองอ่านจบก็ถึงกับเงียบกริบไปในบันดล

 

“อย่างที่คุณฮิบาริพูดแหละครับวองโกเล่...” มือเรียวค่อยๆวางบนไหล่เล็กๆของนภา เรียกให้ดวงตากลมโตหันมามองช้าๆ มุคุโร่จึงยิ้มบางตามสไตล์ของเขา “ยอมรับความจริงเถอะครับ...อันที่จริง ที่เขาอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้วครับ”

 

บรรยากาศในห้องดูอึมครึมยิ่งเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีเสียงสะอื้นเล็กน้อยอย่างอดกลั้นมาจากผู้พิทักษ์แห่งอัสนี สำหรับคนที่อายุน้อยที่สุดในหมู่ผู้พิทักษ์แล้ว การที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนที่เป็นเหมือนพี่ชายอีกคนก็ออกจะเลวร้ายเกินไป

 

“ซาวาดะ...”เรียวเฮก็เริ่มทนไม่ไหวกับบรรยากาศอึดอัดนี้เช่นกัน จึงเรียกชื่อของรุ่นน้องออกมาเบาๆ

 

ทันใดนั้น ร่างเล็กที่นิ่งเงียบมานานก็ลุกขึ้นยืน ก่อนสั่งเหล่าลูกน้องโดยไม่ได้หันไปมองหน้า

 

“ไปเตรียมรถที...”

 

“ครับ ไม่ทราบว่าจะ...” สึนะยกมือปฏิเสธก่อนจะออกคำสั่งต่อ

 

“ไม่ต้องครับ...พวกผมจะไปที่นั่นกันเอง”

 

ชายหนุ่มโค้งรับคำสั่งก่อนสิ่งออกไป เหล่าผู้พิทักษ์ที่เหลือเห็นบอสของตนออกคำสั่งได้แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“ไปกันเถอะ...ทุกคน”

 

 

 

 

 

“ตอนตาย...นายกลัวมั้ย?”

 

คำถามที่ออกมาจากปากของร่างสูงทำให้ร่างบางที่แหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่หันขวับกลับมามองคนถามอย่างประหลาดใจ

 

คำถามนี่...ทำให้เขานึกย้อนกลับไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อ 1 ปีก่อน

 

ในวันนั้น เขาและโกคุเดระได้รับภารกิจให้ไปบุกทำลายแฟมิลี่ที่ลักลอบผลิตยาบ้าโดยไม่ได้รับอนุญาติ ทว่าเรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดถ้าหากพวกไม่ไปบังเอิญได้ยินแผนการลอบสังหารบอสแห่งวองโกเล่ ซาวาดะ สึนะโยชิ

 

และด้วยความชะล่าใจ...พวกเขาจึงให้เหล่าลูกน้องที่ติดตามมาเกือบทั้งหมดเฝ้าอยู่นอกพื้นที่ภารกิจ

 

พวกเขาเจอกับดัก และนั่นก็ทำให้พวกมันจับตัวพวกเขาเอาไว้ได้

 

แต่ถึงแม้จะถูกจับได้ พวกเขาก็ยังสามารถหลุดจากการจับกุม สู้กับแฟมิลี่นั้นจนเลือดพวกนั้นนองเต็มพื้นแต่ตัวพวกเขาเองก็สะบักสะบอมไม่แพ้กัน

 

‘หนอย พวกแก...’

 

หนึ่งในคนที่ล้มลงไปกลับลุกขึ้นมากระอักเลือดก่อนเล็งปืนไปยังผู้พิทักษ์แห่งพิรุณทื่ยืนหอยแฮ่กหันหลังให้เขาอยู่ และวินาทีที่เขายิงกระสุนออกไปนั้น...

 

‘ระวัง!!’ ยามาโมโตะรู้สึกได้ถึงแรงถีบอย่างแรงทีสีข้างก่อนที่ร่างของเขาจะลอยหวือไปกระแทกกำแพง ร่างสูงไออกมาเล็กน้อยก่อนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา

 

ร่างบางที่คุ้นเคยนั่งคุกเข่าอยู่ ณ ที่ที่เขาเคยยืนอยู่ ใบหน้าสวยที่เขาหลงใหลนั่นหันมายิ้มบางให้เขาก่อนที่ของเหลวสีแดงจะทะลักออกมาจากริมฝีปากสีชมพู เมื่อมองต่ำลงไปก็พบเลือดจำนวนมากที่ไหลออกมาจากปากแผลที่เป็นเป้ากระสุน...ตรงตำแหน่งขั้วหัวใจพอดี

 

‘โกคุเดระ!!’ ร่างสูงถลาไปรับร่างบางที่กำลังจะล้มไปกองกับพื้นได้พอดี นัยน์ตาสีเปลือกไม้ฉายแววโทสะออกมาแบบไม่ปิดบังเมื่อเห็นกระบอกปืนที่กำลังเล็งมาที่เขา มือหนาคว้าดาบคู่กายออกมาก่อนเขวี้ยงออกไปตัดแขนที่ถือปืนนั่นอย่างไม่ปราณี เรียกเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนจะแน่นิ่งไป

 

ตอนนี้สมองของยามาโมโตะขาวโพลนไปหมดเมื่อเห็นเลือดที่ทะลักออกมาจากร่างในอ้อมแขน มือหนาเริ่มสั่นระริกเมื่อเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจาดริมฝีปากบาง

 

‘เฮอะ...แก...นี่มันโง่จริงๆ’เสียงแหบแห้งดังออกมาจากร่างในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา

 

‘อย่า...อย่าพูดนะ...อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ...โกคุเดระ’เสียงของพิรุณสั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็น ในแววตามีแต่ความหวาดหวั่น ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว กลัว...ว่าถ้าขยับเพียงนิดแล้วร่างในอ้อมแขนจะแหลกสลายไป

 

‘ทำ...หน้าอย่างนั้น...ทำไม...วะ’ ริมฝีปากบางขยับพูดอย่างเชื่องช้า พร้อมกับมือบางที่ค่อยๆยกขึ้นลูบใบหน้าคมที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำตาไหลลงมาเป็นทาง

 

เพราะเขา...ถ้าเขาระวังตัวมากกว่านี้ ถ้าเขาฟันไอ้บ้านั่นให้ตายตั้งแต่แรก ถ้าร่างตรงหน้าไม่มีถีบเขาออกไป ถ้า...

 

ถ้าเขาเป็นคนถูกยิงเสียเอง!!

 

‘ไม่ใช่...ความผิดของแกหรอก...นะ’ คำพูดสุดท้ายถูกเปล่งออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม...รอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคบเห็นมา ‘ขอบใจ...ไอ้บ้าเบส...บอล’ก่อนที่ดวงตาสีมรกตสดใสนั่นจะค่อยๆหม่นแสงและไม่ลืมตาขึ้นมาอีกเลย

 

ขอบคุณงั้นหรอ ทำไมต้องขอบคุณล่ะ นายควรจะด่าฉันสิเหมือนตอนแรกสิ ด่าว่าบ้า ด่าว่าโง่ อะไรก็ได้...ตื่นขึ้นมาด่าฉันแบบนั้นอีกสิ...

 

เวลานั้นรอบตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดของศัตรู เลือดของวองโกเล่ เลือดของเขา และเลือดของโกคุเดระ ในสมองของเขาขาวโพลนไปหมด ลืมเรื่องภารกิจที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วถ้าไม่เพียงแต่...

 

ตู้ม!!

 

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้องจนยามาโมโตะถึงกับหูดับไปชั่วครู่หนึ่ง ทว่ายังไม่ทันได้คิดจะทำอะไรควันแก๊สก็แผ่เขาปกคลุมรอบๆเขาอย่างหนาแน่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงกอดร่างไร้ชีวิตของโกคุเดระเอาไว้แนบอก ก่อนที่สติจะดับวูบไป

 

ตอนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา...เขาหวังเหลือเกิน ว่าจะเกิดปาฏิหาริย์กับร่างบางที่แสนรักของเขา สักนิดก็ยังดี

 

ทว่าปาฏิหาริย์ก็ยังไม่เกิด

 

โกคุเดระตายแล้ว...ส่วนเขาก็ถูกแก๊สพิษซึ่งคาดว่าเป็นระบบทำลายตัวเองของแฟมิลี่นั้นเมื่อถูกล้วงความลับแทรกซึมเข้าเส้นเลือดจนทำลายเส้นประสาท โชคดีที่สามารถรักษาได้ทันทำให้เขาไม่ตาย แต่นั่นก็แค่ทำให้เขาต้องนอนนิ่งๆบนเตียงอยู่หลายเดือน

 

จนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเขาสามารถเดินเหินไปไหนมาได้ตามปกติแล้ว แต่สึนะก็ยังห้ามเขาออกไปนอกคฤหาสน์วองโกเล่อยู่ดี

 

ถึงภายนอกจะดูเหมือนว่าเขาเกือบหายดีแล้วก็เถอะ ถึงสึนะ แพทย์ประจำตัว หรือใครๆจะไม่ได้บอกเขา แต่เขาก็รู้ตัวเองดี ถึงร่างกายจะสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ แต่ภายในร่างกายนั้นเสียหายไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

 

เวลาของเขา...เหลือไม่มากหรอก

 

“โมโตะ...ยามาโมโตะ!!”

 

“ห...หา?”

 

“เรียกตั้งหลายรอบก็ไม่ได้ยิน” โกคุเดระขมวดคิ้วเล็กน้อย “คิดถึงเรื่องเก่าๆรึไง?”

 

“ก...ก็...ก็นะ...” ใบหน้าคมยิ้มแห้งพร้อมเหลือบตามองดูร่างบางที่จ้องเขม็งมาที่เขา แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อศีรษะสีเงินนั่นเอนซบลงที่ไหล่กว้าง

 

“ไม่รู้สินะ...”

 

จู่ๆโกคุเดระก็ตอบออกมาเสียงเบา ทำให้ยามาโมโตะต้องก้มลงเงี่ยหูฟังใกล้ๆโดยที่คนตัวเล็กกว่าก็ยังพูดต่อไปเรื่อยๆอย่างเหม่อลอย

 

“ฉันน่ะ...มีเรื่องให้ห่วงตั้งหลายอย่าง ทั้งเรื่องวองโกเล่ เรื่องมาเฟีย เอกสาร ลูกน้อง รุ่นที่สิบ แม้กระทั่ง...แก”เมื่อเอ่ยคำสุดท้ายในประโยคใบหน้าหวานก็แดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะแดงยิ่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อพูดต่อ “เมื่อก่อนฉันอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด...จนกระทั่งสิบปีที่ผ่านมา...ฉันค้นพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันไม่เคยได้สัมผัส ทั้งเรื่องเพื่อน...หรือ...รัก”

 

คำสุดท้ายเบามากๆเสียจนพิรุณหัวเราะลั่นออกมาเพราะความน่ารักของร่างบาง ก่อนจะร้องโอ๊ยเพราะมือเล็กๆทุบอั้กเข้าเต็มๆที่หน้าอก

 

“หัวเราะอะไร ไอ้บ้า!” วายุตวาดลั่นด้วยใบหน้าแดงเถือก แต่เขาก็ยังพูดต่อไป “ฉันกำลังจะบอกว่า...กลัวน่ะมันต้องกลัวอยู่แล้ว เพราะความตายมันจะพรากสิ่งเหล่านี้ไปจากฉัน! แต่ว่า....

 

“วินาทีนั้น...ที่ฉันจะตาย...ฉันกลับไม่กลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งเหล่านั้นไป...เมื่อเทียบกับการที่ให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไป”

 

นัยน์ตาสีเปลือกไม้เบิกกว้างมองดวงตาสีมรกตที่จ้องมองเขากลับอย่างมั่นคงในคำพูดของตนเอง มือหนาเอื้อมไปลูบใบหน้าของคนที่เขารักอย่างแผ่วเบา ก่อนเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้

 

“โกคุเดระ...”

 

ริมฝีปากของทั้งคู่เลื่อนเข้าหากันช้าๆก่อนแตะกันอย่างแผ่วเบา เมื่อร่างสูงเห็นนัยน์ตาสีมรกตที่ปรือลงรอรับสัมผัสจึงประกบริมฝีปากลงไปแนบแน่นยิ่งขึ้น ทั้งสองแลกจุมพิตหวานล้ำกันเนิ่นนานอย่างโหยหาและคิดถึงก่อนที่ร่างสูงจะถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

 

“นายมั่นใจขนาดนั้นได้ยังว่า...คนที่สูญเสียหัวใจของตัวเองไปน่ะ จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้น่ะ หือ” ยามาโมโตะกอดร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนหลวมๆพร้อมถามอย่างไม่เข้าใจ

 

เพราะบางที...หลังจากที่เขารับรู้ว่าโกคุเดระไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาอีกต่อไปแล้ว เขายังอยากตายไปด้วยซ้ำ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน...ที่เขาได้แต่เพียงคิดจะตาย

 

“ก็...” โกคุเดระยิ้มบางกับอกแกร่งก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง

 

“ถึงไม่มีหัวใจของตัวเอง...แต่เขาก็ยังมีหัวใจของคนที่รักเขาฝากเอาไ